[FIC] Room 404

posted on 22 Dec 2008 16:31 by cardio

              สวัสดีครับ ผมชื่อ คิโยมิสึ ฟุโอนะ อายุ 19 นี่เป็นวันแรกที่ผมได้มาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเต็มตัวพร้อมกับเพื่อนๆ แต่ตอนนี้เพื่อนๆคนอื่นก็ไปต่อมหา'ลัยอื่นกันหมด แม้กระทั่งพี่ชายผมที่ไปเอนท์ติดที่มหาวิทยาลัยทางทะเลโยโกฮาม่า ผมก็เลยต้องอยู่กับคนที่ผมแอบชอบมาตั้งแต่เด็กๆแทน >_<

"ฟุโอ!" เสียงของเพื่อนสมัยเด็กของผมดังขึ้นจากด้านหลัง

              เรือนผมสีครามปลายม่วงเข้ม ดวงตาเรียวรีสีเทาจนเกือบดำที่มองดูแล้วราวกับจะดูดคนมองให้เข้าไปในสูญญากาศ และหมวกแก็ปสีขาวตัดแดงอันเป็นเอกลักษณ์ นั่นคือคนที่ผมว่าแหละครับ แต่สาวๆอาจผิดหวังเพราะ 'เธอ' เป็นผู้หญิงครับ

"ถุงกอล์ฟนี่ยังอยู่อีกเหรอ?" ผมขยับแว่นเล็กน้อยและตรวจดูสภาพถุงกอล์ฟโทรมๆสีดำที่เพื่อนของผมสะพายไว้ที่ไหล่ขวา

"ก็ฉันชอบนี่นา แล้วฉันก็จะบอกนายเหมือนกับเมื่อ 4 ปีก่อนนะว่า อย่ามายุ่งกับถุงกอล์ฟนี้เด็ดขาด ไม่งั้นนายตายแน่" นี่แหละครับ คาร์ดิโอ ลาโคส ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงพิศวาสถุงกอล์ฟโทรมๆนั่นนัก ดูแล้วมันก็เป็นแค่ถุงกอล์ฟสีดำที่มีรอยขาดเล็กๆน้อยๆเยอะแยะ แถมยังเก่าเหมือนกับไปขุดมาจากกรุที่ไหนเท่านั้นเอง

"จ้าๆ" ผมยิ้มน้อยๆให้เธอ

               คาร์เคยเล่าให้ผมฟังว่า เธอเคยถูกวิญญาณตามล่า แต่เหตุการณ์ตอนนั้นก็ผ่านมาตั้ง 2 ปีแล้ว ไม่น่าจะมีอะไร คาร์ก็ใช้ชีวิตตามปกติกับพี่ชายมาตลอด บางทีก็ออกไปทำงานพิเศษช่วยพี่ชายหาเงินเรียนต่อให้จบ ส่วนผมก็ย้ายออกจากบ้านที่ฟุกุโอกะมาอยู่ห้องเช่าเองแล้วครับ ^ ^

"ฟุโอ ตอนนี้นายพักอยู่ที่ไหนเหรอ?" คาร์พูดขึ้นทำลายความเงียบ

"อ๋อ ตึก 4 ชั้นแถวๆนิชิตามะจิน่ะ"

"ไกลเอาการนะที่นั่นน่ะ"

"ใช่ แต่ก็เห็นภูเขาไฟฟูจิ แถมยังใกล้ชินคังเซ็นด้วย" ผมหยิบหนังสือขึ้นมาจากในกระเป๋าเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่านระหว่างทางเหมือนกับที่เคยทำตอนอยู่มัธยม

               มันเป็นสมุดข่าวคดีฆาตกรรมต่างๆที่ผมสนใจครับ ผมตัดข่าวจากหนังสือพิมพ์มาแปะไว้ในสมุดเล่มนี้แล้วเขียนข้อคิดเห็นเล่นๆลงไปด้วย ทำแบบนี้สมกับเป็นคนในชุมนุมวิจัยอาชญากรรมเลยแฮะ แต่ที่ผมสนใจมากที่สุดก็คือ

                                                                   'คดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเมืองนิชิตามาจิ'

               ครับ มันเป็นการฆาตกรรมโดยการใช้ปืนยิงที่ศีรษะจนกระจุย บางรายถึงกับสมองทะลัก แต่ผมไม่คิดว่าอย่างนั้นหรอกนครับ พวกตำรวจก็สันนิจฐานตามที่เขาเห็น ผมว่าคนร้ายอาจใช้ดาบเล่มเล็กๆแทงแล้วบิดตัวดาบมากกว่า(นอกเรื่องแล้วแฮะ - -") แล้วทุกครั้งในสถานที่เกิดเหตุจะมีผู้ชายสวมเสื้อแจ็กเก็ตมีฮู้ดสีแดงแบกถุงกอล์ฟสีดำอยู่ด้วยทุกครั้ง ผมว่าก็คล้ายๆคาร์อยู่เหมือนกันครับ แต่คงไม่ใช่หรอก ถึงเธอจะดูเหมือนผู้ชายหรือสะสมปืนมากขนาดไหนก็ไม่มีทางที่จะฆ่าคนโดยที่นึกถึงความสนุกหรอกครับ

               หลังจากเลิกเรียน ผมก็กลับไปจัดของที่ห้องพักของผมที่เช่าไว้ มันมีป้ายขึ้นหราไว้ที่ประตูว่า '404' มันเป็นเลขที่อัปมงคลที่สุดใน 4 ชั้นๆละ 20 ห้อง แถมยังราคาถูกที่สุดซะด้วย ภายในห้องก็ไม่มีอะไรมากครับ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว เหมือนห้องเช่าทั่วๆไป ในห้องนอนมีเตียงสองชั้นหลังหนึ่ง โต๊ะเขียนหนังสือ โทรศัพท์ และเครื่องปรับอากาศอีกเครื่องหนึ่ง ก็อยู่ได้ล่ะนะครับ

"เฮ้อ จัดของเสร็จซะที" ผมปาดเหงื่อบนใบหน้าก่อนที่จะถอดเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำ

               ผมเปิดน้ำไว้จนถึงขอบอ่าง ในขณะที่ผมนอนแช่น้ำอยู่ผมก็ทบทวนสิ่งที่เรียนในวันนี้ไปด้วย แต่จู่ๆก็เหมือนมีมือใครบางคนดึงขาของผมจนตัวจมลงไปในน้ำ ร่างกายมันขยับไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรครับ ผมตะเกียตะกายอยู่นานจนเริ่มหมดแรง พอรู้สึกตัวก็มานอนอยู่ที่พื้นห้องน้ำแล้ว ส่วนรอบตัวของผมคือคนที่พักอยู่ห้องด้านล่างครับ

"ทำไมพวกคุณ...."

"ฉันได้ยินเสียงจากห้องเธอน่ะสิ แถมน้ำยังหยดตื๋งๆลงมาอีกก็เลยเรียกคนข้างห้องมาดู แล้วก็เห็นเธอจมอยู่ในอ่างเนี่ย" ผมนวดขมับตัวเองทีหนึ่งแล้วขอบคุณพวกเขา

"ว่าแต่เธอนี่กล้ามากนะที่เข้ามาพักห้องนี้"

"ทำไมเหรอครับ?"

"ก็ห้องนี้น่ะ เมื่อ 6 ปีก่อนเจ้าของห้องฆ่าตัวตายในห้องนอน แถมเลขห้องก็ดันมาเป็นเลข 404 อีกด้วย" ครับ นี่แหละครับสาเหตุที่มันราคาถูกที่สุดใน 4 ชั้นนี้ ไม่งั้นผมคงต้องหาเงินค่าเช่าตายแน่ๆ

              วันต่อมา ผมขึ้นชินคังเซ็นไปมหาวิทลัยตามปกติ แต่ด้วยความง่วงทำให้ผมเดินเหมือนคนไร้วิญญาณ แบบว่า...เดินเซไปเซมาน่ะครับ ก็เมื่อคืนนี้มีคนห้องไหนก็ไม่ทราบครับมาเคาะกำแพง แล้วก็เหมือนมีคนวิ่งที่ระเบียงด้วยสิ เฮ้อ....

"ฟุโอ วันนี้นายดูเพลียๆนะ เป็นอะไรรึเปล่า?" คาร์ถามขึ้น

"ไม่เป็นอะไรหรอก เมื่อคืนแค่นอนไม่หลับน่ะ" คร้อง! ผมกดกาแฟกระป๋องจากตู้อัตโนมัติมาดื่มระหว่างทาง

              ผมกับคาร์ถูกอาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์ตามขึ้นไปที่ห้องชั้น 6 เพื่อรวบรวมรายงานของเพื่อนๆกลับคืนไป ระหว่างทางที่เดินลงบันไดผมก็คุยกับคาร์ไปด้วยเรื่องโดจิน สลับกับเรื่องทั่วๆไป

"ฟุโอระวัง!!"

              บันไดชั้น 4 มันพังอยู่ครับ เมื่อผมก้าวไปก็เกือบร่วงลงไปซะแล้ว ยังดีที่คาร์คว้าข้อมือผมไว้ทัน ไม่งั้นผมคงต้องตกลงไปกระแทกพื้นตายแน่ๆ เธอพยายามเรียกให้คนมาช่วย ส่วนผมก็หาที่ยึดเกาะไว้ไม่ให้ตก

"ลาก่อน ฟุโอนะ"

              จู่ๆเธอก็ปล่อยมือผมออก ดวงตาสีเทาเข้มนั้นจ้องมาที่ผมซึ่งกำลังร่วงลงไปเขม็ง สายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งนั่นผมไม่เคยเห็นมาก่อน เธอไม่ใช่คาร์...ไม่ใช่... ไม่นะ!!

"ไม่นะ!!!" ผมกระเด้งตัวขึ้นจากเตียงด้วยความตกใจ ทั้งๆที่เครื่องปรับอากาศเปิดอยู่แต่ตัวของผมกลับชุ่มไปด้วยเหงื่อ

"ฝันเหรอ..." ผมนวดขมับเรียกสติแล้วหันไปมองนาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะข้างเตียง

‘3.48 น.’

              ผมพยายามข่มตาให้หลับแต่ก็หลับไม่ลง เลยกะว่าจะไปส่งหนังสือพิมพ์ก่อนเวลางานซะหน่อย ไหนๆก็หลับไม่ลงแล้วนี่นะ และผมก็ได้ยินเสียงใครบางคนวิ่งอยู่ที่ระเบียงทางเดิน กับเสียงใครบางคนกำลังเคาะกำแพงดังลั่น

"หนวกหูจริง ไม่เกรงใจห้องอื่นเขาบ้างหรือไงนะ" ผมจัดการล็อกห้องก่อนที่จะเดินเข้าลิฟต์ไป

"อ๊า แย่แล้วสิเรา ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บนห้อง" เมื่อลงมาถึงชั้นล่างผมก็พบว่าลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บนห้องจึงรีบย้อนกลับไปเอา

             แล้วพอเข้าไปในลิฟท์ตัวเดิม มันไม่มีปุ่มขึ้นชั้น 4 ครับ! อะไรกัน...เมื่อกี้นี้ผมพึ่งลงจากชั้น 4 มาเองนี่นา ทำไมถึงไม่มีปุ่มขึ้นชั้น 4 ล่ะ? ผมพยายามมองหาอย่างละเอียดแต่ก็ไม่พบ จึงไปถามเจ้าของแมนชั่น

"ลิฟท์ตัวนั้นน่ะมีอาถรรพ์ บางทีก็ไม่มีปุ่มชั้น 4 ถ้าจะขึ้นไปชั้นนั้นล่ะก็ขึ้นบันไดดีกว่า"

             ผมพอจะเข้าใจแล้วครับว่าทำไม เมื่อผมมองไปที่กระจกที่แขวนไว้ด้านหลังของเจ้าของแมนชั่นผมก็เห็นคนๆหนึ่งสวมฮู้ดสีแดง สะพายถุงกอล์ฟสีดำเก่าๆไว้ที่ไหล่ขวากำลังมองมาที่ผม ร่างของเขาอยู่กลางสายหมอก มองไม่ค่อยชัดว่าเป็นชายหรือหญิง

"สวัสดีครับเจ้าของ" เขาเดินมาใกล้ๆผมและเจ้าของแมนชั่น น้ำเสียงของเขามันช่างแหบแห้งไม่สมกับร่างกายเลยซักนิดเดียว

"ผมขอเช่าห้องหน่อยครับ ห้องไหนก็ได้...ห้องเดียวกับคนๆนี้ก็ได้..." ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนเมื่อเขาเริ่มเข้ามาใกล้ผม มันคลื่นไส้อย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าผมกำลังอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์

"ฟุโอ ถอยออกมาจากตรงนั้นซะ"

            เสียงเพื่อนสมัยเด็กของผมดังมาจากด้านนอกแมนชั่น เธอคว้ามือผมออกไปจากที่ๆผมยืนอยู่ เมื่อออกมาแล้วผมก็รู้สึกดีขึ้น ไม่รู้สึกคลื่นไส้อีกแล้วครับ แต่คาร์คงจะไม่ทำอย่างในความฝันนั่นหรอกนะ...

"คาร์ ทำไมเหรอ ที่นั่นมีอะไรเหรอ?"

"ก่อนที่นายจะย้ายมาที่นี่ ฉันมักจะผ่านที่นั่นทุกวัน ที่นั่นน่ะเป็นตึกร้าง ‘3 ชั้น’ นะ" เอ๋...แล้วชั้น 4 ที่ผมอยู่ล่ะมาจากไหน?

"ฟุโอ ขอร้องล่ะ นายอย่ากลับไปที่นั่นเลยนะ ไปอยู่บ้านฉันแทนเถอะ" คาร์พูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ผมไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ตั้งแต่ที่ผมรู้จักเธอครั้งแรกเมื่อ 7 ปีก่อน

"ไม่ได้หรอกคาร์ ผมอยากจะรู้ให้ได้ว่ามีอะไรกันแน่" แต่ด้วยความบ้าระห่ำไม่กลัวอะไรของผม + กับความห่วงกระเป๋าสตางค์เลยรีบกลับไปที่ตึก โดยทิ้งคาร์ไว้เพียงลำพัง

              ผมเดินกลับมาที่แมนชั่นอีกครั้งเพื่อขึ้นไปเอากระเป๋าสตางค์ คนสวมฮู้ดแบกถุงอล์ฟคนนั้นยังอยู่ เขากำลังจะขึ้นลิฟต์อาถรรพ์ตัวนั้น ผมเลยขออาศัยขึ้นไปด้วย คุณพระช่วย! ปุ่มขึ้นชั้น 4 ออกมาแล้ว ผมหามันแทบตายกลับไม่เจอ แต่นี่เขาทำได้ยังไงกัน...

"ชั้น 4 ห้อง 404 ใช่มั้ย?" เขาถามขึ้นทำลายความเงียบ

"คะ ครับ ผมชื่อคิโยมิสึ ฟุโอนะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก"

"เรียกฉันว่านัตซึยะแล้วกัน ชื่อฉันน่ะลืมไปนานแล้วขี้เกียจจำ ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะอยู่ห้องเดียวกับนายนะ คึคึคึ...." เขาหัวเราะอย่างน่าขยะแขยง นี่ผมต้องมาอยู่ห้องเดียวกับคนๆนี้เหรอคร้าบ T[]T

              เมื่อถึงชั้น 4 ผมและนัตซึยะซังก็เดินกันไปที่ห้องพักของผม ผมไขกุญแจเข้าไปในห้องและลงมือหากระเป๋าสตางค์ที่ลืมทิ้งไว้ พลางคิดไปว่า ‘มีห้องตั้งหลายห้อง ทำไมเขาต้องเลือกมาอยู่ห้องเดียวกับผม?’ ส่วนนัตซึยะซังก็โยนถุงกอล์ฟลงบนเตียงชั้นล่างก่อนที่จะถอดฮู้ดที่คลุมศีรษะออก

              เขามีใบหน้าคมได้รูป ผิวสีขาวเนียนตัดกับเส้นผมสีเขียวมรกต ดวงตาของเขาเป็นสีน้ำเงินเหมือนท้องฟ้า ผมรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา เหมือนกับเคยเห็นเขาในหน้าหนังสือพิมพ์มาก่อน แต่มันคงจะไม่บังเอิญขนาดนั้น...

"นัตซึยะซังครับ ถอดรองเท้าด้วยสิครับ" ผมบอก เมื่อเห็นรอยรองเท้าผ้าใบบนพื้นห้อง มันเป็นรอยสีน้ำตาลเข้ม..แต่เพราะผมเปิดไฟสลัวๆเลยเห็นไม่ค่อยชัด

"ฉันถอดแล้ว" เขาหยิบหนังสือชีวะบนโต๊ะของผมขึ้นมาอ่าน พอผมหากระเป๋าสตางค์เจอก็รีบออกไปทำงานพิเศษทันที

ตึก...ตึก....ตึก....

               เสียงเหมือนมีใครบางคนเดินอยู่บนระเบียงทางเดิน เป็นการเดินลงส้นที่ไม่เกรงใจใครเอาซะเลยครับ ผมจำได้ว่าบนชั้นนี้นอกจากผมแล้วก็ไม่มีใครอีก เพราะนัตซึยะซังก็อยู่ในห้องผม ผมตัดสินใจมองไปด้านหลัง ไม่มีอะไรเลยครับ มันเป็นแค่ระเบียงทางเดินที่ว่างเปล่าเท่านั้น

"สงสัยเราจะคิดมากไปล่ะมั้ง ฮะ..ฮะ..." คิดในแง่ดี นั่นอาจจะเป็นเสียงของผมเองก็ได้ แต่หากคิดอีกแง่หนึ่ง...

‘มีใครบางคนอยู่บนชั้นนี้นอกจากผมและนัตซึยะซัง’

                ผมลงลิฟต์ไปชั้นล่างแล้วไปส่งหนังสือพิมพ์โดยเร็ว เมื่อผมทำงานพิเศษเสร้จก็ตี 4 กว่าแล้วเลยกะว่าจะไปมหา‘ลัยเลยครับ ผมรอรถชินคังเซ็นขบวนที่ต้องการไปเรื่อยๆ แล้วจู่ๆผมก็ถูกใครบางคนผลักลงไปบนรางรถไฟ และมันก็กำลังจะเทียบชานชาลาแล้วด้วย

"ฟุโอนะ นายจับฉันไว้แน่นๆนะ" ชายชุดดำคนหนึ่งกระโดดลงมาหาผม ก่อนที่เขาจะพาผมกลับขึ้นไปบนตัวชานชาลา คนที่ที่เรื่องแบบนี้ได้มีเพียงคนเดียวที่ผมรู้จัก ‘คาร์โตเองค์ ลาโคส’ พี่ชายของคาร์!!

"พี่คัต ขอบคุณมากครับ..."

"ฟุโอนะ ถ้านายเจอเหตุแบบนี้อีกครั้งนายตายแน่" ผมถึงกับสะดุ้งเมื่อพี่คัตพูดคำพูดนั้นออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"ครั้งที่หนึ่ง นายจมน้ำ ครั้งที่สอง นั่นไม่ใช่ฝัน...แต่มันเป็นความจริง ส่วนครั้งที่สาม เมื่อกี้นี้น่ะนายเกือบเป็นชิ้นๆแล้วรู้มั้ย?"

"แล้วทำไมพี่คัตถึง เอ๊ะ..หรือว่า?" ผมก็พึ่งนึกออกว่าพี่คัตเป็นคนที่รู้อดีต ปัจจุบัน อนาคตครับ เมื่อก่อนนี้ก็อยู่เงียบๆเหมือนกับคาร์นี่แหละ พอคาร์ขึ้นมัธยมเขาก็เริ่มพูดกับคนอื่นบ้าง

"4 ตัวแรกคือสี่ครั้ง 0 คือสิ้นสุด 4 ตัวท้ายคือคำว่าตาย เข้าใจหรือยัง" ไม่น่าเชื่อ แค่เลข 404 ก็ตีความได้น่ากลัวขนาดนี้แล้ว...

"ฉันจะเตือนนายเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ระวังนัตซึยะเอาไว้ให้ดี"

                 พอพูดจบ พี่คัตก็เดินออกจากชานชาลาไป ปล่อยให้ผมยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นล่ะครับ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เงียบๆลึกลับๆอย่างพี่คัตจะเตือนคนอื่นเป็นด้วย ถ้าพี่คัตพูดเองอย่างนั้น...นั่นอาจจะเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้ายของผมกับเขาก็เป็นได้

"ฮัลโหล ฟุโอนะครับ" เสียงโทรศัพท์มือถือทำให้ผมรู้สึกตัว

"ยังจะมา ‘ฟุโอนะครับ’ อยู่อีกเรอะ ที่อยู่นายมันอะไรกัน นี่นายพักอยู่ในตึกร้างเรอะ!?" ปลายทางคือพี่ชายฝาแฝดของผมเองครับ เขาชื่อคิโยมิสึ วาอิน จอมโวยเลยล่ะครับ

"ฉันไม่ตลกนะ ที่นายบอกว่าอยู่ชั้น 4 น่ะมันมีซะที่ไหน ตึกแถวนี้ฉันก็เห็นเขียนชั้น 4 เป็นเลข 5 กันหมด มีใครมันบ้าเขียนเลขแห่งความซวยไว้บ้างหา!?"

"ดะ เดี๋ยวสิครับพี่ครับ ก็ผมอยู่ที่แมนชั่นที่อยู่ตรงข้ามสถานีชินคังเซ็นนะครับ พี่ดูผิดที่รึเปล่า?"

"ไม่ด๋งไม่เดี๋ยวแล้วฟุโอนะ นายอยู่ที่ไหน ฉันจะไปลากแกกลับฟุกุโอกะเดี๋ยวนี้แหละ ฮะ..เฮ้ย นั่นใครน่ะ!!??"

"พี่ครับ! เกิดอะไรขึ้นครับพี่ พี่ครับ!!" สายถูกตัดไปแล้วครับ ที่ผมได้ยินเป็นสิ่งสุดท้ายคือเสียงร้องอันทรมานของพี่ชาย และผมก็ตัดสินใจกลับไปที่แมนชั่น เหลือเวลาอีกตั้งนานกว่ามหา’ลัยจะเปิดประตู

                เมื่อมาถึงที่แมนชั่น ผมเห็นพี่นอนอยู่ข้างตึก ก็นึกว่าหลับอยู่เลยจะเข้าไปปลุก แต่ที่ไหนได้...เขาตายไปแล้วครับ กลางหน้าผากมีแผลเหวอะหวะเหมือนโดนปืนยิงหรือดาบแทงทะลุแล้วบิดดาบ อย่างคดีในข่าว!!

"จริงสิ..ต้องแจ้งตำรวจ..." มือถือเจ้ากรรมดันดับไปซะดื้อๆ ผมเลยต้องขึ้นไปบนห้องพักของผมแทน

"บ้าจริง!" สายโทรศัพท์ถูกตัดออกหมด ส่วนนัตซึยะซังก็หายไปครับ สิ่งเดียวที่ผมพึ่งได้ในตอนนี้ก็คือโน๊ตบุ๊คของผมเอง

‘มีคนตายในแมนชั่น ooo เมืองนิชิตามาจิครับ รีบมาด่วนเลยนะครับ มีคนจ้องทำร้ายผมอยู่ด้วย ใครก็ได้ช่วยผมด้....’

บึ๊ก!!!

‘Do you want to Delete this message?’ Yes No

Yes No’

              เป็นอย่างที่พี่คัตบอกจริงๆด้วยครับ ครั้งที่ 4 นี้ผมถูกใครบางคนใช้อะไรสักอย่างที่แข็งมากๆ ไม่รู้ว่ามันเป็นเหล็กหรือเปล่านะครับ ทุบเข้าที่ท้ายทอยเต็มแรง ส่วนข้อความที่ผมพิมพ์ไว้ก็ถูกลบทิ้งไป นิ้วเรียวสวยที่ดูซีดไร้เลือดนั้นผมเหมือนกับนัตซึยะซังไม่มีผิด ในที่สุดผมก็นึกออกครับ ตึกนี้เป็นตึกที่นัตซึยะ ทัตซึหายตัวไปเมื่อ 6 ปีก่อน หลังจากนั้นตึกนี้ก็โดนทุบทิ้ง ทำไมผมไม่นึกให้เร็วกว่านี้นะ...ไม่งั้นพี่วาอินก็ไม่ต้องตายเพราะหน้าตาเหมือนผมหรอก.... ในที่สุด ผมก็ถูกของที่คล้ายดาบฟันลงบนศีรษะเต็มแรงจนหมดลมหายใจ

"อา ใช่แล้ว..ชื่อของฉันคือนัตซึยะ ทัตซึ คึคึคึ..." ผมไม่มีวันลืมเสียงหัวเราะอันน่าขยะแขยงนั่นแน่

                                                                                             End “Room 404”

---------------------------------------

404 Project Clear!! =_=^

กว่าจะหาโอกาสลงได้แทบบ้าตาย(การู : อ๋อเหรอ~?) ช่างเถอะๆ วันก่อนเราดู Higurashi no naku koro ni(ใช่ชื่อนี้มั้ยนะ?) จบ 2 ซีซั่นแล้วค่า TwT// ดูซีซั่นแรกงงได้ใจ พอดูซีซั่น 2 โอเคเก็ทละ ที่แท้ริกะจังก็วนเวียนเกิดใหม่อยู่หลายโลกนี่เอง 

ทิ้งท้ายค่ะ เพลงของวอคอลลอยด์ตามเคย เพลงรอบนี้คือเพลงที่หายากจับใจ! Mikuo Love is war!!

 

edit @ 22 Dec 2008 18:57:52 by ชมรมคนคลั่ง vocaloid

edit @ 25 Dec 2008 16:49:01 by ชมรมคนคลั่ง vocaloid

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูล

#1 By เรียนต่อต่างประเทศ (58.9.158.11) on 2009-01-18 00:04